พฤติกรรมของผู้ปกครองเมื่อเลือกโรงเรียนหรือศูนย์ไม่ใช่การตัดสินใจตามอารมณ์ชั่ววูบ พวกเขาศึกษาหลายสัปดาห์ เปรียบเทียบหลายตัวเลือก สอบถามคนรู้จัก และอ่อนไหวต่อความเสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะนี่คืออนาคตของบุตรหลาน นักการตลาดการศึกษาจะชนะเมื่อเข้าใจว่าผู้ปกครองกังวลอะไรในแต่ละช่วง และปรากฏตัวถูกจังหวะพร้อมหลักฐานที่ถูกต้อง ไม่ใช่เมื่อลงโฆษณามากที่สุด
เหตุใดการเข้าใจพฤติกรรมผู้ปกครองจึงเป็นรากฐานของการตลาดการศึกษา
ในผลิตภัณฑ์ทางการศึกษาส่วนใหญ่สำหรับเด็กและนักเรียน ผู้ใช้ (ผู้เรียน) กับผู้ตัดสินใจและผู้จ่ายเงิน (ผู้ปกครอง) เป็นคนละคน ทำให้การตลาดการศึกษา แตกต่างจากการขายปลีกทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
- ความเสี่ยงที่รับรู้สูงมาก: เลือกศูนย์ผิดอาจเสียเวลาเรียนทั้งปีของบุตรหลาน ไม่ใช่แค่เสียเงิน
- วงจรการตัดสินใจยาว: โดยเฉพาะกับโรงเรียนเอกชน โรงเรียนหลายระดับชั้น และมหาวิทยาลัย
- อิทธิพลทางสังคมแข็งแกร่ง: คำแนะนำของคนรู้จักและกลุ่มผู้ปกครองมักมีน้ำหนักมากกว่าโฆษณา
- มีสองคนที่ต้องโน้มน้าว: ผู้ปกครองต้องการผลลัพธ์ บุตรหลานต้องการความสนุก และทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์มีเสียง
การวิเคราะห์การสนทนาบนโซเชียลมีเดียในฤดูรับสมัครก็บันทึกสิ่งที่คล้ายกัน
ตามที่ Kompa.ai ระบุ ผู้เรียนอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือแม้แต่หลายเดือนศึกษาข้อมูลก่อนติดต่อโรงเรียน การตัดสินใจเลือกโรงเรียน "ไม่ได้อิงจากคะแนนหรือค่าเล่าเรียนทั้งหมด" — ที่มา: Brands Vietnam ปี 2026
เส้นทาง 6 ช่วงของผู้ปกครองเมื่อเลือกโรงเรียนและศูนย์
- 1. ตระหนักถึงความต้องการ — ผู้ปกครองกำลังคิดอะไร: "ลูกอ่อนภาษาอังกฤษ" "ใกล้จะขึ้น ป.1 แล้ว"; ช่องทางที่มักใช้: โรงเรียน คนรู้จัก โซเชียลมีเดีย; การตลาดควรทำอะไร: เนื้อหาการศึกษาที่ช่วยแก้ปัญหา
- 2. ศึกษาข้อมูล — ผู้ปกครองกำลังคิดอะไร: "มีตัวเลือกอะไรบ้างใกล้บ้าน"; ช่องทางที่มักใช้: Google, Google Maps, กลุ่ม Facebook; การตลาดควรทำอะไร: SEO, Local SEO, ปรากฏตัวในชุมชน
- 3. เปรียบเทียบ — ผู้ปกครองกำลังคิดอะไร: "ศูนย์ A หรือ B ดีกว่ากัน"; ช่องทางที่มักใช้: แฟนเพจ เว็บไซต์ รีวิว; การตลาดควรทำอะไร: หลักฐาน ได้แก่ ผลลัพธ์ของผู้เรียน ครู เส้นทางการเรียน
- 4. ติดต่อ ทดลอง — ผู้ปกครองกำลังคิดอะไร: "ลองถามค่าเล่าเรียน ให้ลูกลองเรียน"; ช่องทางที่มักใช้: Messenger, Zalo, สายด่วน, ไปที่สถานที่จริง; การตลาดควรทำอะไร: ตอบกลับเร็ว ให้คำปรึกษาด้วยความใส่ใจ คาบทดลองเรียนที่ดี
- 5. ตัดสินใจ — ผู้ปกครองกำลังคิดอะไร: "ค่าเล่าเรียนคุ้มค่าหรือไม่"; ช่องทางที่มักใช้: ครอบครัวหารือกัน; การตลาดควรทำอะไร: สิทธิพิเศษที่ชัดเจน นโยบายโปร่งใส
- 6. หลังลงทะเบียน — ผู้ปกครองกำลังคิดอะไร: "ลูกก้าวหน้าหรือไม่"; ช่องทางที่มักใช้: ครู กลุ่มชั้นเรียน Zalo; การตลาดควรทำอะไร: รายงานความก้าวหน้า การดูแล เชิญแนะนำต่อ
เส้นทางนี้สอดคล้องกับขั้นตอนในกรวยการรับสมัครนักเรียน 8 ขั้นตอน ความแตกต่างคือที่นี่เรามองจากมุมของอารมณ์และความกังวลของผู้ปกครอง ไม่ใช่จากตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว
7 อินไซต์เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ปกครองที่นักการตลาดต้องรู้
1. ใกล้บ้านและสะดวกต่อการรับส่งเป็นเกณฑ์ที่เงียบแต่ชี้ขาด
ผู้ปกครองแทบไม่พูดเกณฑ์นี้ออกมา แต่มันตัดตัวเลือกจำนวนมากออกตั้งแต่ต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาท่านหนึ่งเมื่อให้คำปรึกษาพ่อแม่ก็วางเกณฑ์นี้ไว้เป็นอันดับแรกเช่นกัน
"ประการแรก เลือกโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านให้ลูก" — ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา Vũ Thu Hương ที่มา: หนังสือพิมพ์ Thế giới và Việt Nam ปี 2023
ข้อสรุปเชิงการตลาด: ปรับแต่ง Google Maps ลงโฆษณาตามรัศมีรอบสาขา ระบุที่อยู่และที่จอดรถให้ชัดเจน ดูคำแนะนำในบทความGoogle Maps สำหรับศูนย์การศึกษา
2. ผู้ปกครองซื้อ "ความสบายใจ" ไม่ใช่เพียงซื้อหลักสูตร
สิ่งที่ผู้ปกครองกลัวที่สุดคือบุตรหลานเรียนแล้วไม่ก้าวหน้า หรือไม่ปลอดภัย สิ่งที่สร้างความสบายใจ ได้แก่ ครูที่มีประวัติชัดเจน เส้นทางการเรียนที่เฉพาะเจาะจง สถานที่สะอาด และรายงานความก้าวหน้าเป็นระยะ
3. หลักฐานทางสังคมมีน้ำหนักกว่าคำโฆษณา
ผู้ปกครองเชื่อผู้ปกครองด้วยกัน รีวิวจริงบน Google การแบ่งปันในกลุ่มผู้ปกครอง เรื่องราวความก้าวหน้าของผู้เรียนเฉพาะราย (ที่ครอบครัวยินยอม) มักโน้มน้าวได้มากกว่าสโลแกนใด ๆ
4. การส่งข้อความคือจุดสัมผัสแรก และความเร็วคือทุกสิ่ง
ผู้ปกครองชาวเวียดนามคุ้นเคยกับการสอบถามโดยตรงผ่านข้อความเป็นอย่างมาก
ตามข้อมูลของ Meta ผู้บริโภคชาวเวียดนามร้อยละ 62 โต้ตอบกับธุรกิจผ่านแอปส่งข้อความทุกเดือน — ที่มา: Việt Nam News / Bizhub ปี 2024
ผู้ปกครองมักส่งข้อความหาหลายศูนย์พร้อมกัน ที่ที่ตอบเร็ว ชัดเจน และสุภาพจะได้เปรียบอย่างมากก่อนการให้คำปรึกษาอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้น
5. ค่าเล่าเรียนถูกประเมินตามคุณค่า ไม่ใช่ตามตัวเลขสัมบูรณ์
ผู้ปกครองยินดีจ่ายเพื่อการศึกษา แต่ต้องเข้าใจว่าเหตุใดค่าเล่าเรียนระดับนี้จึงคุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบ พวกเขาจะแปลงเป็นค่าต่าง ๆ ได้แก่ กี่คาบ จำนวนผู้เรียนต่อชั้น ครูคนใด และคำมั่นอะไร ตารางค่าเล่าเรียนที่โปร่งใสและอธิบายสิทธิประโยชน์ชัดเจนช่วยลดความลังเล
6. เด็กมีสิทธิ์วีโต้
โดยเฉพาะกับนักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป หากบุตรหลานไม่ชอบคาบทดลองเรียน ผู้ปกครองแทบไม่บังคับ คาบทดลองเรียนต้องออกแบบให้ผู้เรียนสนุกและรู้สึกว่า "ฉันทำได้"
7. การตัดสินใจที่เกิดซ้ำทุกปี
สำหรับศูนย์ การลงทะเบียนต่อแต่ละภาคเรียนคือครั้งที่ผู้ปกครอง "เลือกใหม่" ประสบการณ์ระหว่างการเรียนเป็นตัวตัดสินว่าพวกเขาจะอยู่ต่อหรือไป และจะแนะนำผู้อื่นเพิ่มหรือไม่ ดูกลยุทธ์โดยละเอียดในบทความการรักษาผู้เรียนไว้และเพิ่มอัตราการลงทะเบียนต่อ
การแบ่งกลุ่มผู้ปกครอง: แต่ละกลุ่มต้องการข้อความของตนเอง
ไม่มี "ผู้ปกครองแบบกว้าง ๆ" ด้านล่างคือวิธีแบ่งกลุ่มตามแรงจูงใจ ซึ่งศูนย์สามารถปรับตามข้อมูลจริงของตนได้
- มุ่งผลลัพธ์ — แรงจูงใจหลัก: คะแนนสอบ ใบรับรอง สอบเข้าโรงเรียนชั้นนำ; ข้อความที่เหมาะสม: เส้นทางการเรียน คำมั่นเรื่องผลลัพธ์ปลายทาง; หลักฐานที่ควรนำเสนอ: ผลลัพธ์ของผู้เรียน วิธีการสอน
- มุ่งประสบการณ์ — แรงจูงใจหลัก: บุตรหลานมีความสุข มั่นใจ พัฒนารอบด้าน; ข้อความที่เหมาะสม: สภาพแวดล้อม กิจกรรม; หลักฐานที่ควรนำเสนอ: ภาพห้องเรียน วิดีโอกิจกรรม
- มุ่งความปลอดภัย — แรงจูงใจหลัก: บุตรหลานได้รับการดูแล รับส่งสะดวก; ข้อความที่เหมาะสม: สถานที่ การบริหารจัดการ; หลักฐานที่ควรนำเสนอ: กระบวนการรับส่ง กล้องวงจรปิด การเช็กชื่อ
- มุ่งค่าใช้จ่าย — แรงจูงใจหลัก: บริหารงบประมาณครอบครัวให้คุ้มค่า; ข้อความที่เหมาะสม: คุณค่าต่อคาบ สิทธิพิเศษ; หลักฐานที่ควรนำเสนอ: ตารางเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์
วิธีเปลี่ยนอินไซต์พฤติกรรมผู้ปกครองให้เป็นการลงมือทำทางการตลาด
- สัมภาษณ์ผู้ปกครองปัจจุบัน 10–15 คน: ถามว่าเหตุใดจึงเลือกท่าน เคยพิจารณาที่ไหนบ้าง และอะไรที่ทำให้เกือบไม่เลือก
- อ่านข้อความให้คำปรึกษาย้อนหลัง: สรุป 20 คำถามที่พบบ่อยที่สุด แล้วเปลี่ยนเป็นเนื้อหาเว็บไซต์ แฟนเพจ และสคริปต์ให้คำปรึกษา
- ตรวจสอบจุดสัมผัส: ลองส่งข้อความ โทร และค้นหาบน Google Maps ด้วยตนเองเหมือนผู้ปกครองคนหนึ่ง เพื่อเห็นประสบการณ์จริง
- ออกแบบเนื้อหาตามช่วง: เนื้อหาการศึกษาสำหรับช่วงตระหนักถึงความต้องการ เนื้อหาเปรียบเทียบและหลักฐานสำหรับช่วงพิจารณา ดูเพิ่มเติมที่30 ไอเดียคอนเทนต์มาร์เกตติ้งการศึกษา
- วัดผลด้วยข้อมูล: ใช้ CRM เพื่อรู้ว่าผู้ปกครองมาจากช่องทางใด ใช้เวลาตัดสินใจนานเท่าใด และหลุดไปที่ขั้นตอนใด
Nex Agency นำอินไซต์ผู้ปกครองไปใช้อย่างไร
Nex Agency มุ่งเน้นเฉพาะด้านการศึกษาและการฝึกอบรม การเข้าใจผู้ปกครอง (พฤติกรรม จิตวิทยา ความกังวล) จึงเป็นจุดเริ่มต้นของทุกแผน ในโครงการต่าง ๆ Nex มักเริ่มจากการสำรวจกระบวนการและจัดทำแผนที่เส้นทางผู้เรียน จากนั้นออกแบบกรวยการรับสมัครนักเรียน เนื้อหา และสคริปต์ให้คำปรึกษาให้สอดคล้องกับแต่ละช่วง ส่วนเทคโนโลยี เช่น แชตบอตรับสมัครนักเรียน CRM และแดชบอร์ด ช่วยวัดซ้ำว่าอินไซต์ถูกต้องหรือไม่ ดูเพิ่มเติมได้ที่หน้าโซลูชันด้านการศึกษา
ดูโซลูชันของ Nex สำหรับแต่ละสาขา ได้แก่ โรงเรียนอนุบาล & โรงเรียนทั่วไป ศูนย์ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ STEM และทักษะชีวิตและการติวสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ปกครองมักใช้เวลานานเท่าใดในการเลือกศูนย์
ขึ้นอยู่กับประเภท หลักสูตรระยะสั้นอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน โรงเรียนเอกชนหรือมหาวิทยาลัยอาจยาวนานหลายเดือน ควรวัดด้วยข้อมูล CRM ของท่านเองแทนการคาดเดา
ช่องทางใดส่งผลต่อพฤติกรรมผู้ปกครองมากที่สุด
คำแนะนำจากคนรู้จักและรีวิวจริงมักมีอิทธิพลมากที่สุด รองลงมาคือผลการค้นหาบน Google, Google Maps และแฟนเพจ ช่องทางโฆษณามีบทบาทในการนำศูนย์เข้าสู่รายชื่อที่ผู้ปกครองพิจารณา
จะเก็บอินไซต์ผู้ปกครองอย่างไรเมื่องบประมาณจำกัด
เริ่มจากข้อมูลที่มีอยู่ ได้แก่ ข้อความให้คำปรึกษา เหตุผลที่ปฏิเสธ และการสัมภาษณ์สั้น ๆ ผู้ปกครองปัจจุบัน ไม่ต้องสำรวจขนาดใหญ่ก็ได้อินไซต์ที่ดี
ควรกำหนดเป้าหมายโฆษณาไปที่นักเรียนแทนผู้ปกครองหรือไม่
สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายและนักศึกษา ควรเข้าถึงทั้งสองกลุ่ม สำหรับเด็กเล็ก ผู้ปกครองคือกลุ่มเป้าหมายหลัก แต่เนื้อหาก็ควรแสดงให้เห็นว่าเด็กมีความสุขและก้าวหน้า
พฤติกรรมผู้ปกครองเปลี่ยนไปตามฤดูกาลหรือไม่
เปลี่ยน ช่วงเวลา เช่น ก่อนเปิดปีการศึกษาใหม่ หลังประกาศผลการเรียนภาคเรียน และก่อนการสอบเปลี่ยนระดับชั้น มักเป็นช่วงที่ความต้องการเพิ่มขึ้น แผนเนื้อหาและโฆษณาควรยึดตามปฏิทินนี้
เข้าใจผู้ปกครอง เพื่อการรับสมัครนักเรียนอย่างยั่งยืน
หากท่านต้องการสร้างเส้นทางผู้ปกครองและแผนการรับสมัครนักเรียนบนอินไซต์จริงของศูนย์ตนเอง Nex Agency พร้อมให้คำปรึกษาฟรี โทรสายด่วน 0798.798.321 หรือดูแพ็กเกจบริการที่ตารางราคา
ร่วมสร้างการเติบโตไปกับ Nex Agency
คุณกำลังมองหาพันธมิตรด้านการตลาดและเทคโนโลยีสำหรับแบรนด์ของคุณหรือไม่? ทีมงาน Nex Agency พร้อมรับฟังเสมอ
รับคำปรึกษาทันที